เห็นว่าวันนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่เมืองไทยเป็นวันลอยกระทง ผมเลยไปหาดูว่า กระทงสมัยนี้นั้นมีอะไรแปลกใหม่ที่นอกเหนือไปจากเดิม การไม่ใช้วัสดุที่สลายตัวไปกับน้ำไม่ได้ เช่นการใช้พืชผัก (Bio-degradable materials) แล้วก็บังเอัญมาเจออันนี้ครับ กว่า 146 ปี ที่เรามีประเพณีนี้ (เริ่มตั้งแต่ปี 2406) เราก็ได้มีกระทงขนมปัง ปลากินได้ ได้บุญทางอ้อม และสามารถสลายไปกับน้ำได้ ของเค้าทำสวยดีด้วย เหมือนกับว่าเราน่าจะนำไปเป็นคิดต่อได้อีก มันก็ไอเดียพวกทำขนมพายเหมือนกัน หรือเอาขนมชิ้นๆมาต่อกัน (ส่วนข้อเสียก็คือการใช้เตาอบเพื่อขนมปังนี่ ก็จะเป็นการใช้ไฟฟ้าเอาการอยู่เหมือนกัน) เอาเป็นว่า เราดูที่ความตั้งใจแรกของผู้ทำก่อนแล้วกันนะครับ
สนใจก็ติดต่อไปที่ ร้านขนมบ้านอุ๋ม เค้กชิฟฟ่อน (084) 917-7777 ผมเจอมาจาก internet เค้าบอกว่าหาได้ตามท็อปส์ซุปเปอร์มาเก็ต
งั้นขอไม่กล่าวอะไรมาก ดูกันเอาเองครับ
คำนำหน้าอย่าง RE ที่เราใช้มีความหมายง่ายๆ คือ อีกครั้ง เอาใหม่ ทำใหม่อีกครั้ง และใที่เรารู้จักใน Recycle, Reuse แต่เมื่อกับมาดูที่การก่อสร้างในความหมายที่ชาวอเมริกันใช้นั้น แบ้งแยกออกไปได้หลายอย่าง ตอนผมอัดอ่านหนังสือสอบไอ้ LEED นี่ก็งงไปพักนึงเลยครับ กับสองคำข้างต้น (เนื่องด้วยผมไม่มีความรู้อย่างกระจ่างมาก่อน) เลยทำให้ทราบว่าในภาษาไทยเรา มันมีความหมายเกี่ยวกันคล้ายกัน ทำให้หลงถึงการใช้ RE ที่มีหลากหลาย แล้วพอจะทราบมั้นครับว่า ไอ้ถังขยะหรือถุงผ้า ที่มันเขียน recycle หรือ มันควรเป็น reuse กันแน่
: รูปภาพจาก www.treehugger.com
เอาง่ายๆ เราลองไปดูที่ google translate นี่นะครับ
Reuse = เอาไปใช้อีก
Recycle = เอามา นำมาใช้ได้อีก มาใช้ประโยชน์ได้อีก ทำให้หมุนเวียน
งงล่ะซิครับที่นี้ ผมเคยให้เพื่อนเจ้าของภาษาทีทำงานร่วมกัน อธิบายอีกที ถึงจะค่อยๆเข้าใจทีละนิดๆ
ถ้าจะอธิบายตามแบบที่ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ที่จะให้คะแนนนี่ หรือการตอบข้อสอบได้ถูกต้องตามความหมาย [...]
ผมเข้าไปเจอแนวความคิดใช้ในการสื่อสารการอกแบบ จากอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมเคยเรียนด้วยที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเมื่อ ปี 1996-1997 รวมไปถึงมีโอกาสได้ช่วยทำงานวิจัยเล็กๆมื่อตอนเรียนจบ Andrea Kahn เค้าเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่ช่วยให้ผมได้มีโอกาสได้คิดมุมมองอื่นๆได้บ้าง Andrea เป็นอาจารย์สอนหนังสือมานานทางด้าน east coast ของอเมริกานี้ตัวเขาเองจบที่ Princeton นอกเหนือไปจากกาสอนแล้ว Andrea ก็เปิดบริษัทที่ปรึกษา designCONTENT แลัมีสโลแกนเก๋ไก๋ ดังตัวอย่างรูปข้างบน และอีกสโลแกนอันที่ว่า “Clear communication reveals the significance of design innovation” ซึ่งเค้าสรุปคร่าวๆ ว่าเกิดจาก Lucid Structure (โครงสร้างที่ชัดเจน), Narrative Momentum (จังหวะจะโคลนอย่างโน้มหน่วง)และ Informative Graphics (สื่อภาพที่ได้ความหมาย) และในเวบไซด์ของ Andrea มียังมีเนื้อหาสำคัญ 4 หัวข้อที่เกิดมาจากความเชี่ยวชาญ ในฐานะที่เป็นอาจารย์มานานได้น่าสนใจ และน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ไม่เลวทีเดียว มีดังต่อไปนี้ครับ
1. Concept Clarification: แนวคิดที่ดี ต้องตีให้แตกและกระจ่าง
การสื่อสารที่ Andrea เกริ่นไว้คือต้อง Strong และรู้ว่าอะไรที่ควรนะพูดออกไป ต้องมีการรวบรวมประเด็ดสำคัญๆ [...]
Sustainable Sties
14 points (1 prerequisite)
8 credits
Water Efficiency
5 Points
3 credits
Energy & Atmosphere
17 points (3 prerequisites)
6 credits
Materials & Resources
13 points (1 prerequisite)
7 credits
Indoor Environmental Quality
15 points (2 prerequisites)
8 credits
Innovation & Design Process
5 points
2 credits
Project Total Points = 69 points
Certified 26-32
Silver 33-38
Gold 39-51
Platinum 52-69
LEED ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design
LEED เป็นระบบวัดประสิทธิภาพของอาคารในหลายๆด้าน และที่มีผลต่อสภาพแวดล้อม เช่น
การประหยัดพลังงาน energy savings, การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ water efficiency,
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 emissions reduction,
เพิ่มประสิทธิภาพคุณภาพอาศ improved indoor environmental quality,
and stewardship of resources and sensitivity to their impacts.
โดยที่ก่อตั้งมาจาก USGBC (U.S. Green Building Council) อีกที
ความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่ได้ยินได้เห็นจนเกลื่อนกลาด ได้อ่านจนเกลื่อนตา แต่ตกลงแล้วเรารู้อะไรจริงจัง กับมันบ้าง
โดยเฉพาะในฐานะ ผู้ออกแบบ ลูกค้า ผู้ใช้สอย ลองตรวจดูนะครับ ว่านี่คือจุดประสงค์ที่อยากได้รึปล่าว ถ้าใช่ฝากให้เอาไปบอกกันต่อด้วยครับ
Environment : เพื่อสิ่งแวดล้อม
Culture & Humanity : การสืบสานวัฒนธรรมและมนุษยชาติ
Supporting Economics : รองรับเศรษฐกิจ ไม่อดแต่ไม่เกินเลย
Energies : แบ่งปันพลังงาน ไม่ใช่เอาแต่ใช้ล้างใช้ผลาญ ผลิตได้ก้แบ่งได้
Impact Our World : เพื่อสิ่งดีๆกับชาวโลก
…
และนั่นก็คือ หลักง่ายๆ ข้างบน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งจำเพาะ แต่เป็นองค์รวม (Holistic Approach)