ออกแบบ : DESIGN
THINKING | INNOVATION … โดย สรชัย กรณ์เกษม | SORACHAI KORNKASEM
Categories: 01_Green & Sustainability, 03_Random Knowledge, 05_In Publications | Comments Off

คราวนี้ขอเรื่องหนักนิดๆ แต่สำคัญกับชวิตพวกเรานะครับ เป็นเรื่องของสารอินทรีย์ไอระเหย หรือ VOCs

สารอินทรีย์ไอระเหย หรือ Volatile Organic Chemicals หรือ Volatile Organic Compounds (VOCs) คือกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่สามารถระเหยเป็นไอกระจายตัวอยู่ในอากาศ ที่เราไม่สามารถมองเห็น สามารถอยู่ได้ในอุณหภูมิและความดันปรกติ ที่ระเหยอยู่ในอุณหภูมิห้อง สารอิทรีย์ระเหยนี้ ประกอบไปด้วยโมเลกุลส่วนใหญ่ ที่เป็นอะตอมคาร์บอน และไฮโดรเจน ที่บางทีอาจจะมีออกซิเจนหรือสารคลอรีน ปะปนอยู่ด้วย

สารอินทรีย์ระเหยนี้มันมาปะปนกับสิ่งต่างที่อยู่รอบตัวเราในอาคารบ้านเรือนต่างๆ อย่างเช่นสีทาบ้าน น้ำยาเคลือบวัสดุ พรมปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของเล่นเด็กๆ และน้ำยาสารเคมีทำความสะอาดต่างๆที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญสารอินทรีย์ระเหยนี้มักจะไม่ถูกเปิดเผยให้เห็นในองค์ประกอบในสิ่งของ ข้าวข้องเครื่องใช้ หรือวัสดุก่อสร้างที่เรานำเอาเข้ามาสู่อาคารบ้านเรือนของเรา

เนื่องจากการที่เป็นสารไอระเหยที่มองไม่เห็น และสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์เรา ได้ถึงสามทาง คือ หนึ่ง-ทางการหายใจที่ได้รับจากปอด สอง-การดื่มหรือการกินทางปาก และสาม-การสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง สารอินทรีย์ไอระเหยนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะซึมซับ ผ่านเข้าสู่ตับที่จะไปเกิดปฎิกิริยาทางสุขภาพได้หลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ที่สามารถสะสมและเกิดผลทางสุขภาพรุนแรง มากน้อยต่างกันไป

ผลกระทบที่ได้รับจากสารอินทรีย์ระเหยนี้มีดังต่อไปนี้:
1. ผลกระทบด้านการคุ้มกัน ในการวิจัยศึกษาพบว่าสารอินทรีย์ไอระเหย หลายชนิด จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกรบกวนหรือทำลายศักยภาพทางการป้องกัน โรคการการติดเชื้อและทำให้บกพร่องลง
2. ผลกระทบต่อระบบประสาท การรับสารอิทรีย์ระเหยเข้าไปสู่ร่างกายนี้นั้น จะทำให้เกิดอาการการกดประสาท เช่นการมึนหัว วิงเวียนศรีษะ เจ็บตา [...]

Categories: 02_Innovation, 03_Random Knowledge | Comments Off

เข้าไปดูเวปไซท์ที่ good.is เล่นๆ ก็ไปเจอเอาภาพถ่ายโดยคุณ Dan Ng ที่ถ่ายทอดภาพเมืองซานฟรานซิสโกได้น่าสนใจดี เป็น collection ชื่อว่าใน The Streets of San Francisco…But Flat?
ก็เพราะเมือง San Francisco มันอยู่ใน topography ขึ้นๆลง ถนนส่วนใหญ่ก็ลาดเอียงชัน เหมาะกับการฝึกหัดขับรถขั้นทางลาด หรือสะพานเป็นอย่างยิ่ง
และการที่เมืองมันมีลักษณะพิเศษนี่เอง ตึกรามบ้านช่องก็เลยดูมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่ไเหมือนเมืองอ่ืนๆ ดูๆจากภาพถ่ายอาจจะรู้สึกว่าเอบ้านช่องก็เลยเอียงตามๆกันไป สร้างกันได้อย่างไรแล้วจะอยู่กันอย่างไร
ลองเข้าไปดูเล่นๆ สนุกดึเหมือนกันครับ แล้วคงจะเข้าใจว่าคุณ Dan Ng นี่มีลูกเล่นง่ายๆนี่เอง

ภาพที่เลือกมาลงให้ดูเป็น Picture Credits จาก http://www.pbase.com/dang_57/the_streets_of_san_francisco_but_flat ของคุณ Dan Ng นะครับ

[Picture Credits : http://www.pbase.com/dang_57/the_streets_of_san_francisco_but_flat by Dan Ng ]

Categories: 02_Innovation, 03_Random Knowledge | Comments Off

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเจอบทความใน NY Times เกี่ยวกับ เครื่องหมาย @ (เท่ากับ at) ที่เราเห็นเราใช้และเห็นกันเกือบทุกวันในยุคการติดต่อสื่อสารปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายที่เป็นองค์ประกอบในที่อยู่ของอีเมลล์ทุกๆอัน (หรือแม้แต่การมุ่งหมายไปที่ follower คนใดคนหนึ่งในเวลาที่ผู้คนตอบหรือ response ใน twitter/facebook, etc.)

เครื่องหมาย @ ที่มีหน้าตาคล้ายๆอักษรภาษาอังกฤษ “a” แต่มีหางตวัดๆ ณ วันนี้ได้รับการยกย่องขึ้นแท่นให้ไปอยู่ใน Architecture and Art collection ที่มีฐานะทัดเทียมกับงานดีไซด์ระดับโลก ในพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ในนิวยอร์ค
บทความในหนังสือพิมพ์ NY Times ได้พยายามอธิบายเหตุผลที่ว่า กะอีแค่เครื่องหมายในแป้น computer นี้ทำไมถึงจะต้องได้รับการยกย่องขนาดนี้ โดยมีการเริ่มต้นที่ ที่มาของเครื่องหมายนี้ ที่ดูเหมือนจะมีที่มาที่ไปไม่แน่ชัดนัก โดยความคิดแรกน่าจะเป็นราวๆ ศตวรรษที่หกหรือเจ็ด ที่มีการประยุกต์เอาคำ “ad” มาใช้อย่างสั้นๆ ของในภาษาลาตินคือ “at” หรือ “toward” โดยกล่าวอ้างว่ามีการรวบเอาอักษรสองตัวรวมเป็นหนึ่งเดียวโดย [...]

Categories: 03_Random Knowledge | Comments Off

เมื่อสัปดาห์กว่าๆที่แล้ว วันที่สิบสองมกราคมเราคงได้ยินข่าวแผ่นดินไหวที่ประเทศ Haiti กันใช่มั้ยครับ ตอนนี้ผู้คนที่เสียชีวิตนับได้ก็เป็นหลักแสนๆเสียแล้ว และไม่มีที่อยู่อีกนับล้าน แถมยังไม่รวมไปถึงการไม่มีอาหาร น้ำดื่มสำหรับดำรงชีวิต
ไม่ว่าเราจะป้องกันภัยธรรมชาติกันอย่างไร สุดท้ายมันก็เกิดเรื่องที่เราคาดไม่ถึง เป็นเรื่องที่น่าเศร้านะครับ ในวันนี้จึงอยากเอาเรื่องราวเกร็ดความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือน คร่าวๆมาให้อ่านประดับความรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องราวของตึกใหญ่โต เราก็ควรมีความรู้เรื่องเหล่านี้ไว้ได้ แต่ต้องขอออกตัวนะครับ ผมไม่ใช่นักธรณีวิทยาใดๆ นี่ก็ไปอ่านไปเห็นมาอีกที และมีประสบการณ์เล็กๆ ใมการทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกานี่ ก็เลยต้องมีความรู้ไว้บ้าง โดยเฉพาะเวลามีงานต้องส่งไปขอใบอนุญาตก่อสร้าง ทางฝั่งด้าน California หรือเมืองต่างๆ ที่ไม่ใช่นิวยอร์คนี่ ที่มักจะให้ใช้ details การก่อสร้างที่ต่างไปจากฝั่งนิวยอร์คนี้ เพราะตามหลักภูมิศาสตร์นี่นิวยอร์คเค้ามีดินมีหินใต้พื้นที่ แข็งแรง เรื่องแผ่นดินไหวไม่ค่อยมี หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติอื่นๆอย่าง พายุใต้ฝุ่น Hurricane ลมมรสุม ก็ไม่มีเหมือนส่วนๆอ่ืนๆของประเทศอเมริกา

เรื่องของแผ่นดินไหวเป็นเรื่องของการสั่นสะเทือนของพื้นดินที่เกิดจาการปล่อยพลังงาน (พลังงานศักย์) เพื่อระบายความเครียดที่สะสมไว้ออกมาอย่างฉับพลัน และเกิดจากแรงสั่นจากคลื่นแผ่นดิน เหมือนเราสะสมความเครียดความโมโห (หรืออาการโมโหหิว แบบกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่) และกลั้นไม่อยู่ ก็ออกมารุนแรงฉันใดอย่างนั้น

แรงสั่นสะเทือนนี้ ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดิน ที่ภาษาทาง geology เรียกว่า Fault (ที่เราหมายถึงความผิดผาดพลาดคลาดเคลื่อนนั่นเอง) Fault ที่ว่าที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวมีอยู่สามลักษณะ คือ [...]

Categories: 03_Random Knowledge | Comments Off

ใกล้วันขึ้นปีใหม่อีกครั้งแล้วนะครับ วันนี้เรากลับมาตั้งสติพูดถึงเรื่องความคิดอ่่าน กันสักหน่อยดีกว่าครับ เพราะก่อนที่เราจะข้ามไปสู่ปีใหม่ ยิ่งถ้าเราได้คิดได้นึกถึงสิ่งที่ผ่านๆมา เพื่อเป็นการวางแผนในการเตรียมตัววันข้างหน้า ก็คงจะดีไม่น้อยใช่มั้ยครับ

ผมมีโอกาสได้อ่านและสรุปความเอาจากเวปของอาจารย์เดชา บุญค้ำ ที่ท่านทำไว้ แก่นสาระ-สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังในเรื่องเกี่ยวกับความคิดที่ท่านเขียนไว้ เรื่อง Critical Thinking นะครับ โดยส่วนตัวคำสองคำ ( Critical + Thinking) นี้ดูเหมือนจะเป็นคำใหญ่สำหรับผม ฟังดูแล้วรู้สึกกลัวๆ หนึ่งกลัวว่าตัวเองจะไม่มีความเข้าใจ มันหมายถึงอะไรกันแน่ และสองกลัวว่าตัวเองคงไม่มีความสามารถด้าน Critical Thinking นี้ แต่ท่านอาจารย์เดชาให้คำจำกัดความไว้น่าสนใจครับและทำให้รู้ว่าเราสามารถฝึกฝนได้ โดยความหมายท่านให้ไว้ว่าเป็น “การคิดเชิงพิจารณญาณ” โดยมีความอธิบายในทำนองที่ เป็นการสอนให้เกิดความคิิดปัญญาด้วยหลักเหตุและผล และไม่ตัดสินชี้ขาดผิดถูก เหมือนอย่างที่มีผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า เป็น การคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งหมายรวมไปถึงการพิจารณาตัดสิน (อันนี้ตัดตอนมาจากข้อเขียนของท่านอาจารย์ล้วนๆนะครับ) ลองเข้าไปอ่านกันดูนะครับ

แล้วถามว่ามันน่าสนใจอย่างไร เอากันตรงๆที่เราในฐานะนักออกแบบก่อนเลย เราควรจะมีการคิดอ่านเชิงพิจารณญาณอย่างมาก การรู้จักคิดรู้จักวิเคราะห์โดยใช้เหตุและผลนี่ ถือเป็นคุณสมบัติที่พวกเราควรมีอยู่แล้วใช่มั้ยครับ แล้วเรามักจะได้รับการบ่มสอนให้ใช้เหตุผลในการคิดการออกแบบ พอมาถึงตอนนี้ คำว่า “เหตุผล” นี่สำคัญว่าเรามักจะหมายถึงอะไรกัน เป็นเหตุผลส่วนตัว เป็นเหตุผลที่ได้ยินมา เป็นเหตุผลจากกฎเกณฑ์ของสังคม กฎธรรมชาติ หรือเป็นเหตุผลฐานความคิดที่อ้างอิง หรือจากอะไรกันแน่ [...]

Categories: 02_Innovation, 03_Random Knowledge | Comments Off

บทความสั้นวันนี้ ขอมาแนะนำความคิดสร้างสรรค์อีกแหล่งหนึ่ง ที่ชื่อ KICKSTARTER.COM ที่ผมไปเจอะเจอและฟังมาจากงาน TEDxEast ในหลายอาทิตย์ก่อน แต่อยากมาเขียนเล่าเก็บไว้ครับ เพราะเป็นแหล่งข้อมูลน่าสนใจ

เพราะทุกวันนี้เวลาเราอยากจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะต้องพึ่งเงินพึ่งทอง แถมบรรยายกาศด้านเศรษฐกิจก็ยังฝืดเคือง ใครจะกล้าลงทุนหรือให้ยืมเงิน อย่างในสมัยที่ internet รุ่งเรื่องในช่วงกลาง 1990’s  มีระบบเงินทุนที่หลั่งไหล angle, venture capitals หรือ นักลงทุนต่างๆ  ก็ทำให้เกิดความล่มจมมามาก และในปัจจุบันจึงต้องมีความรอบคอบอย่างมากๆ แต่ถึงกระนั้น นักออกแบบเล็กๆ(หรือใหญ่ๆ) อย่างพวกเรา จะไปหาเงินทองหรือติดต่อได้จากไหนกัน ไม่มีคนรู้จัก โกงใครก็ไม่เป็น (และไม่ควรสนับสนุน)
ยุคสมัยมันเปลืี่ยนไป ความสนใจเฉพาะสามารถเกิดในกลุ่มก้อน (community oriented) ก็มีมากขึ้น การติดต่อสื่อสารก็มากและเร็วมากขึ้น ดังนั้นด้วยแนวความคิดเหล่านี้ KICKSTARTER จึงเกิดขี้น โดยคุณ Perry Chen และพรรคพวก ได้สร้าง online community/plat form ถือเป็นเวทีที่ช่วยโปรโมทคนที่มีความคิดดีๆ อยากทำโปรเจคที่น่าสนใจแต่ไม่มีตังค์ มาประกาศหาคนสนใจร่วมลงทุน โดยจะมีช่วยแค่เล็กๆน้อยๆ แต่จากมวลมากในชุมชนอินเตอร์เนต โดยนักคิดอาจจะ offer อะไรให้เป็นสิ่งตอบแทน อย่างบางตัวอย่างคน อยากไปท่องเที่ยวดู [...]

Categories: 03_Random Knowledge, 04_Schools | Comments Off

ถึงแม้เราจะรู้ว่าการเรียนการศึกษาไม่จำเป็นต้องอ้างอิงมาจากตำราหรือเข้าไปเรียนในโรงเรียนอย่างเดียวก็ได้ เพราะเราอาจจะได้มาจากการฝึกฝนเอง การทำงานกับ masters ก็ได้ และเราก็เห็นผู้ประสบความสำเร็จที่เป็นนักมวยนักออกแบบที่มีความสำเร็จมานักต่อนัก แต่บทความ Design Schools แต่ละตอนในที่นี่ จะเอาเรื่องราวสั้นๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนการออกแบบ โดยจะเน้นที่เค้าเรียนรู้อะไรกัน แล้วสูตรผสมในนั้น ปั้นก่อให้เกิดความสำเร็จได้มากหรือน้อยได้แค่ไหน จริงๆเป็นการที่ผมไปแอบดู และแอบอ่านจากชาวบ้าน ว่าเค้าทำอะไรกัน แล้วผมเอามานินทาต่อ แต่นินทาแบบให้ได้”ความ” ไม่ลบหลู่
และแน่นอนโรงเรียนแรกที่ผมขอเอามาเห่อแนะนำก่อนเลย เพราะเพิ่งเสียสตางค์ $20 เข้าไปดู นิทรรศการของเค้ามา การเอามาแจกๆ ความรู้กันไปผมจะได้รู้สึกว่า ค่าของเงินตรงนั้น มีค่ามากขึ้นอีกหน่อยนึง  โรงเรียนนี้ก็คือ Bauhaus (หรือแปลว่า Building House)
ที่ก่อตั้งมาในช่วง 1919 ถึง 1933 อยู่ในประเทศเยอรมัน แบ่งออกเป็นสามช่วงโดยการเริ่มต้นจาก Walter Gropius (ที่ Weinmar 1919-25) ไปสู่  Hannes Meyer (ที่ Dessau 1925-30) และสามปีสุดท้่าย Mies van der Rohe (ที่ [...]

Categories: 02_Innovation, 03_Random Knowledge | Comments Off

เมื่อวันก่อนผมนำเอา TED วีดีโอ 6:29 นาทีของคุณ Tom Wujec ซึ่งเป็น fellow อยู่ที่ บริษัท AutoDesk (ที่เรารู้จักกันดีในฐานะ หนึ่งในผู้ผลิตโปรแกรม AutoCAD) ไปฝากให้ดูที่ ออกแบบ : DESIGN facebook page.

โดยวันนี้ผมจะสรุปรายละเอียดให้มากขึ้นอีกสักหน่อยนะครับ ที่ว่าเรามีสมองถึงสามส่วน ที่ช่วยทำให้เราสร้างภาพหรือสิ่งต่างๆ และที่ทำให้มีความหมาย และนับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจดีโดยเฉพาะกับพวกเรานักออกแบบ ที่จะรู้ว่ามันสมองของเราทำงานอย่างไร เวลาเราคิด คิอย่างไร และประดิษฐ์ประดอยอย่างไร อย่างที่คุณ Tom บอกไว้ว่า เมื่อเรารู้แล้วเนี่ย จะช่วยให้เราทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือการวางแผนระบบการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งๆขึ้นไปอีก อาจจะมีศัพท์แปลกๆทางสมองที่เราไม่คุ้นเคยนัก แต่ก็ไม่ต้องห่วงครับ อ่านผ่านๆไปก่อนก็แล้วกันครับ

จากภาพมันสมองที่เห็นนั้น คุณ Tom บอกว่ามีสามส่วนที่ทำให้เกิดความคิดประติดประต่อกัน เป็นระบบของมันสมองมนุษย์ที่ซึ่งสามารถโยงไยไปสู่การประดิษฐ์รูปภาพ กราฟฟิค animation ที่มีความหมายได้ อีกทั้งในการวิจัยของนัก Cognitive Psychologists (นักจิตวิทยาทางความรู้ความเข้าใจ) บอกไว้ว่ามันสมองของเรานั้นจริงๆแล้ว ไม่ได้มองเห็นโลกอย่างที่เราๆเห็นกัน แต่เป็นการส่งสารและข้อมูลเป็นลำดับข้ันตอนของแบบ”การจำลองจิต” (a series of mental [...]

Categories: 01_Green & Sustainability, 03_Random Knowledge | Comments Off

เห็นว่าวันนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่เมืองไทยเป็นวันลอยกระทง ผมเลยไปหาดูว่า กระทงสมัยนี้นั้นมีอะไรแปลกใหม่ที่นอกเหนือไปจากเดิม การไม่ใช้วัสดุที่สลายตัวไปกับน้ำไม่ได้ เช่นการใช้พืชผัก (Bio-degradable materials) แล้วก็บังเอัญมาเจออันนี้ครับ กว่า 146 ปี ที่เรามีประเพณีนี้ (เริ่มตั้งแต่ปี 2406) เราก็ได้มีกระทงขนมปัง ปลากินได้ ได้บุญทางอ้อม และสามารถสลายไปกับน้ำได้ ของเค้าทำสวยดีด้วย เหมือนกับว่าเราน่าจะนำไปเป็นคิดต่อได้อีก มันก็ไอเดียพวกทำขนมพายเหมือนกัน หรือเอาขนมชิ้นๆมาต่อกัน (ส่วนข้อเสียก็คือการใช้เตาอบเพื่อขนมปังนี่ ก็จะเป็นการใช้ไฟฟ้าเอาการอยู่เหมือนกัน) เอาเป็นว่า เราดูที่ความตั้งใจแรกของผู้ทำก่อนแล้วกันนะครับ
สนใจก็ติดต่อไปที่ ร้านขนมบ้านอุ๋ม เค้กชิฟฟ่อน (084) 917-7777  ผมเจอมาจาก internet เค้าบอกว่าหาได้ตามท็อปส์ซุปเปอร์มาเก็ต
งั้นขอไม่กล่าวอะไรมาก ดูกันเอาเองครับ

Categories: 01_Green & Sustainability, 03_Random Knowledge | Comments Off

คำนำหน้าอย่าง RE ที่เราใช้มีความหมายง่ายๆ คือ อีกครั้ง เอาใหม่ ทำใหม่อีกครั้ง และใที่เรารู้จักใน Recycle, Reuse แต่เมื่อกับมาดูที่การก่อสร้างในความหมายที่ชาวอเมริกันใช้นั้น แบ้งแยกออกไปได้หลายอย่าง ตอนผมอัดอ่านหนังสือสอบไอ้ LEED นี่ก็งงไปพักนึงเลยครับ กับสองคำข้างต้น (เนื่องด้วยผมไม่มีความรู้อย่างกระจ่างมาก่อน) เลยทำให้ทราบว่าในภาษาไทยเรา มันมีความหมายเกี่ยวกันคล้ายกัน ทำให้หลงถึงการใช้ RE ที่มีหลากหลาย แล้วพอจะทราบมั้นครับว่า ไอ้ถังขยะหรือถุงผ้า ที่มันเขียน recycle หรือ มันควรเป็น reuse กันแน่
: รูปภาพจาก www.treehugger.com
เอาง่ายๆ เราลองไปดูที่ google translate นี่นะครับ

Reuse = เอาไปใช้อีก
Recycle = เอามา นำมาใช้ได้อีก มาใช้ประโยชน์ได้อีก ทำให้หมุนเวียน

งงล่ะซิครับที่นี้  ผมเคยให้เพื่อนเจ้าของภาษาทีทำงานร่วมกัน อธิบายอีกที ถึงจะค่อยๆเข้าใจทีละนิดๆ
ถ้าจะอธิบายตามแบบที่ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ที่จะให้คะแนนนี่ หรือการตอบข้อสอบได้ถูกต้องตามความหมาย [...]

Categories: 03_Random Knowledge | Comments Off

ผมเข้าไปเจอแนวความคิดใช้ในการสื่อสารการอกแบบ จากอาจารย​์ท่านหนึ่งที่ผมเคยเรียนด้วยที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเมื่อ ปี 1996-1997 รวมไปถึงมีโอกาสได้ช่วยทำงานวิจัยเล็กๆมื่อตอนเรียนจบ Andrea Kahn เค้าเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่ช่วยให้ผมได้มีโอกาสได้คิดมุมมองอื่นๆได้บ้าง  Andrea เป็นอาจารย์สอนหนังสือมานานทางด้าน east coast ของอเมริกานี้ตัวเขาเองจบที่ Princeton นอกเหนือไปจากกาสอนแล้ว Andrea ก็เปิดบริษัทที่ปรึกษา designCONTENT แลัมีสโลแกนเก๋ไก๋ ดังตัวอย่างรูปข้างบน และอีกสโลแกนอันที่ว่า “Clear communication reveals the significance of design innovation” ซึ่งเค้าสรุปคร่าวๆ ว่าเกิดจาก Lucid Structure (โครงสร้างที่ชัดเจน), Narrative Momentum (จังหวะจะโคลนอย่างโน้มหน่วง)และ Informative Graphics (สื่อภาพที่ได้ความหมาย) และในเวบไซด์ของ Andrea มียังมีเนื้อหาสำคัญ 4 หัวข้อที่เกิดมาจากความเชี่ยวชาญ ในฐานะที่เป็นอาจารย์มานานได้น่าสนใจ และน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ไม่เลวทีเดียว มีดังต่อไปนี้ครับ
1. Concept Clarification: แนวคิดที่ดี ต้องตีให้แตกและกระจ่าง
การสื่อสารที่ Andrea เกริ่นไว้คือต้อง Strong และรู้ว่าอะไรที่ควรนะพูดออกไป  ต้องมีการรวบรวมประเด็ดสำคัญๆ [...]

Categories: 03_Random Knowledge | Comments Off

Sustainable Sties

14 points (1 prerequisite)
8 credits

Water Efficiency

5 Points
3 credits

Energy & Atmosphere

17 points (3 prerequisites)
6 credits

Materials & Resources

13 points (1 prerequisite)
7 credits

Indoor Environmental Quality

15 points (2 prerequisites)
8 credits

Innovation & Design Process

5 points
2 credits

Project Total Points = 69 points
Certified 26-32
Silver 33-38
Gold 39-51
Platinum 52-69