ออกแบบ : DESIGN
THINKING | INNOVATION … โดย สรชัย กรณ์เกษม | SORACHAI KORNKASEM
Farm in the city: การปลูกพืชผักสวนครัวกลางเมือง

ตลาดสดที่ยังพอมีเหลือให้เห็นอยู่ทั้งในเมืองและตามท้องที่ต่างๆ จะเป็นที่เราสามารถหาพืชผักสวนครัวแบบสดๆ ที่ส่งตรงมาจากสวนจากไร่ โดยไม่ต้องมีกรรมวิธีที่ต้องเก็บต้องถนอมเพื่อไว้ขายนานๆมากมาย อย่างซุปเปอร์มาเก็ต หรือแหล่งอภิมหาบริโภคต่างๆ ที่ขายอาหารทั้งสดทั้งดิบ และที่ใช้กรรมวิธีตระเตรียม เพื่อสามารถเก็บ ขนส่งและรอให้ลูกค้ามาซื้อหาได้

farm-02

นานหลายวัน แบบที่เป็นอาทิตย์ๆหรือเดือนๆ ในการตระเตรียมและการขนส่ง พืชผักเหล่านี้ ไม่ว่าจะทั้งจากตลาดสด หรือในซุบเปอร์มาเก็ต จำเป็นต้องมีการขนส่งมาจากที่ต่างๆ ส่งทอดต่อกันมา ที่มักจะมาจากแดนไกล ก็เพื่อตอบสนองการบริโภคของผู้คนในเมือง เพราะเราคิดว่าพื้นที่ในเมือง ไม่มีความสำคัญหรือคุณค่าพอที่จะนำมาเป็นที่ปลูกผักพืชสวน เนื่องจากคงมีการใช้ที่ไม่คุุมทุน แต่จริงๆแล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือไม่

สิ่งที่เรามักจะไม่ทันได้คิดก็คือ พืชผักผลไม้ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนั้น ต้องมีการพึ่งพาการขนส่ง และการขนส่งเหล่านี้ที่มีผลกระทบต่อ carbon footprints หรือส่งผลกระทบทางมลภาวะอย่างมากมายอย่างยิ่ง และคุณค่าที่สูญเสียและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมนี้ ไม่สามารถจะทดแทนกับคุณค่าที่แลกกับพื้นที่ในเมืองที่แปรเปลี่ยนจากสวนไร่นา ไปเป็นที่พักอาศัย หรืออาคารสำนักงานหรือที่ประกอบการอื่นๆ

farm-03

แนวความคิดในการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชผักสวนครัวทั้งใช้รับประทานเองหรือ ให้การใช้ในระดับท้องถิ่น เพื่อลดการขนส่งจากที่ไกลๆ นับเป็นแนวความคิดที่ เริ่มมีกันแพร่หลายในต่างประเทศ เพราะการตระหนักถึงผลดีใน ระยะยาวต่อสภาพแวดล้อม โดยเน้นที่ซื้อพืชผักสวนครัวที่ปลูกในเขตท้องที่ และพยามหลีกเลี่ยงการสนับสนุนพืชผักที่ต้องมีการส่งเข้ามาจากที่ไกลๆ ที่ต้องพึ่งพาการขนส่งเป็นพันเป็นหมื่นกิโลจากแดนไกล

การเริ่มเล็กๆในการปลูกพืชผักสวนครัวใช้เอง ไม่ว่าจะสวนหลังบ้าน สวนเล็กๆหน้าบ้าน เขตที่ว่างล้าง หรือแม้แต่บนหลังคา ชานระเบียง (green roof) ก็นับเป็นจุดเริ่มที่ดีมากๆได้อย่างหนึ่ง เพราะปลูกเองทานเอง หรือแบ่งให้เพื่อนบ้านทาน โดยการใช้ระบบการเพราะปลูกอย่างง่ายๆ สำหรับในส่วนที่สอง ที่สามารถทำการสนับสนุนในระบบชุมชนก็คือ การผลักดันให้เกิดการปลูกพืชผักสวนครัวในสวนใกล้บ้าน สวนกลางเมืองและรวมไปถึงการเก็บพื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อไว้ใช้ในการนี้เฉพาะ โดยไม่นำไปพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด

อย่างที่สาม ที่ดูเหมือนจะไกลเกินความเป็นจริง แต่มีการเริ่มทำแล้ว ก็คือ การสนับสนุนให้มีการลงทุน vertical farm หรือ urban farm โดยใช้พื้นที่ในเมืองสร้างเป็นอาคารสำหรับปลูกพืชผักและสามารกส่งออกมาจำหน่าย แก่ผู้บริโภคในย่านใกล้เคียง ซึ่งเป็นการลดภาระการขนส่งพืชพันธ์ุจากที่ไกลๆ

จุดประสงคและประโยชน์์หลักที่เราสามารถจะเห็นได้ก็คือการหันกลับมามองว่าการกินการอยู้อาศัยของเรามีผลต่อการกระทบสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน และมีอะไรช่องทางไหนบ้างที่เราสามารถจะช่วยได้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย การปลูกพืชผักสวนครัว ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นส่ิงที่มีมานานในอดีต ที่มีความสมดุลย์ แต่ถูกลืมและทำให้หายไปเนื่องจากความสะดวกสบายที่สามารถหาได้ง่าย แต่หารู้ไม่ว่าเป็นการสนับสนุนให้โลกและบ้านเมืองสีเขียวของเรานั้นมีมลภาวะมากขึ้น

Comments are closed.