เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า โรงเรียน หรือ สถานศึกษา ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของสภาพแวดล้อมที่ประกอบกันเป็นบ้านเมือง เป็นที่ให้ความรู้ ให้การศึษาแก่ลูกๆหลานๆของเราตั้งแต่เด็กเล็กชั้นอนุบาล ประถม มัธยม สถานฝึกวิชาชีพต่างๆ ไปจนถึงขั้นวิทยาลัย มหาวิทยาลัย สถานที่เหล่านี้ นับเป็นสภาพแวดล้อมที่เด็กๆ เยาวชน ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง เป็นระยะเวลายาวนานตั่งแต่เริ่มการศึกษากว่าสิบปี จนไปรับใช้สังคมประกอบวิชาชีพ

การก่อสร้างสถานศึกษาเหล่านี้ ต้องมีการคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เป็นที่ๆเด็กๆและเยาวชนสามารถซึมซับ และเรียนรู้ความสำคัญต่อการเป็นอยู่กับสภาพแวดล้อม อย่างเป็นธรรมชาติ การที่มีการรณรงค๋ให้เด็กๆและเยาวชนรู้จักการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟหรือการแยกขยะ การรีไซเคิ้ล นั้นนับเป็นสิ่งที่หลีเลี่ยงไม่ได้ ในโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้มีความเป็นมิตรต่อบ้านเมืองได้ทั้งหมด
สภาพแวดล้อมในโรงเรียนสถานศึกษานี้ ถือเป็นที่มีอิทธพลต่อชีวิตเด็กและเยาวชน ไม่น้อยไปกว่าสถานที่พักอาศัยที่เรียกว่าบ้าน โดยในทางจิตวิทยา สถานศึกษา ที่มีการออกแบบที่ดี สามารถกระตุ้นการเรียนรู้และการเติบโต ทั้งทางด้านร่างกาย ความคิดและมันสมองให้กับชีวิตมนุษย์ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด อีกทั้งมีการศึกษา และวิจัยในต่างประเทศมากมายที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และการ พัฒนาทางสังคมของเด็กๆและเยาวชน ก็คือการมองกับมาที่การวางแผน และการออกแบบสถานที่ สถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ให้เหมาะสมกับอายุ วัย และการพัฒนาการที่ต่างๆกันไป

สิ่งที่น่าสนใจที่น่าจะให้เกิดการสนับสนุนอย่างแพร่หลายก็คือการออกแบบหรือการ ปรับปรุงอาคารสถานที่เพื่อการศึกษาเหล่านี้ให้มีความเป็นสีเขียว เพราะสิ่งที่ได้มาจะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาต่อเด็กๆและเยาวชน ดังเช่น
1. โรงเรียนเป็นสถานที่ปกป้องสุขภาพของเยาวชน เยาวชนวันนี้ก็คือประชาชนที่จะต้องพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไปในวันข้างหน้า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ และการเรียนรู้ของเด็ก จึงนับว่าเป็นสิ่งจำเป็น ตัวอย่างง่ายๆอย่างเช่น การหลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมี น้ำยา ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของทั้ง เด็กและผู้ใหญ่ในสถานศึกษา หรือการพัฒนาให้มีการถ่ายเถอากาศที่ดี มีการพัฒนาดูแลเรื่องอาหารการกิน เพื่อสุขภาพของเด็ก หรือทั้งการดูแลเรื่องการใช้กระดาษ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการใช้และสูญเสียอย่างมากมาย ต้องมีการควบคุมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องดูแลว่ามีการผลิตมาจากแหล่งที่ไม่ทำให้เกิดเป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพ
2. โรงเรียนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ พัฒนาสุขภาพ ทั้่้งร่างกายและมันสมอง สถานศึกษาที่มีคุณภาพแสงที่ดี (Daylighting) สามารถส่งผลโดยตรง ต่อการเพ่ิมประสิทธิภาพและการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ หรือการมีสถานที่ ที่ทำมให้เกิดการ interact มีการทดลอง ได้ประสบการณ์โดยตรง เช่น School Garden หรือแม้แต่การส่งเสริมวิชาการเรียนรู้ที่เห็นได้จริงจากสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดการพัฒนาความคิดที่เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น
3. โรงเรียนสามารถช่วยส่งเสริมความภาคภูมิใจต่อการอยู่กับสภาพแวดล้อม ส่วนที่สำคัญอีกประการก็คือการทำให้เด็กๆและเยาวชน มีความภูมิใจต่อการเป็นพลมืองของโลก ของธรรมชาติ มีส่วนร่วมในการพัฒนา และดูแลให้เกิดมีความเป็นมิตรในการดำรงค์อยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อม ให้มีหน้าที่ ให้มีความรับผิดชอบ จะทำให้เด็กๆ และเยาวชน มีความสำนึกต่อความสำคัญ ของธรรมชาติ มีติดตัวและเติบโต อย่างไม่ต้องยัดเยียด
ภาพประกอบ picture credits: USGBC