ออกแบบ : DESIGN
THINKING | INNOVATION … โดย สรชัย กรณ์เกษม | SORACHAI KORNKASEM
Holistically Green : ความเป็นสีเขียวโดยรวมๆอย่างยั่งยืน

holistic

อย่างเป็นที่ทราบกันนะครับว่า เหตุผลของการที่เราต้องการให้บ้านเมือง มีความเป็นสีเขียวนั้นไม่ใช่การที่เราจะออกมาทาสีบ้าน ทาสีอาคาร ทาสีถนนหนทาง หรือแม้จะแต่งกายด้วยเครื่องนุ่งห่มใดๆด้วยสีเขียว แต่ความเป็นสีเขียวของบ้านเมืองในที่นี้นี้คือการช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การอยู่อาศัย การเลือกใช้อุปกรณ์การก่อสร้างที่เหมาะสม การเลือกที่อยู่อาศัยที่ใกล้ ระบบขนส่งสาธารณะ การใช้น้ำและการใช้ พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพและเหมาะสม และอื่นๆอีกหลายๆแง่มุม ที่ทำให้เกิดความเป็นอยู่อย่างเป็นสุขและเป็นมิตร กับสภาพแวดล้อมของเรา ที่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะมีการทำตามเกณฑ์ต่างๆ (ดังที่ได้เคยอธิบายในบทความต่างๆที่ผ่านมา)

ในการเลือกการดำรงชีวิตในบ้านเมืองสีเขียวนั้น พวกเราต้องช่วยกัน คนละไม้คนละมือ เพราะเมื่อร่วมพลังกันได้อย่างถูกวิธี จะเป็นการสะสม รวมของหน่วยใหญ่ที่มีผลต่อสภาพแวดล้อมโดยตรง จะช่วยส่งผลให้เกิดสูงสุด แต่ทำไมเราจึงต้องคิดอย่างนั้น? ขอยกตัวอย่างเช่น การที่เราจะมี พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทีละน้อยในการใช้น้ำให้ประหยัดขึ้น แม้เป็นสิ่งที่ดีน่า สนับสนุนแต่เราต้องมีจะมีพฤติกรรมในการใช้ไฟที่เหมาะสมให้ประกอบกัน ไปด้วย และแม้แต่การเลือกใช้วัสดุประกอบการก่อสร้างอาคารและการเลือก อาคารสถานที่ ก็จะต้องประหนึ่งไปในทางเดียวกัน โดยในที่นี้หมายถึง มีการมองให้ความเป็นสีเขียวเป็นไปในภาพรวมๆ (Holistic) อย่างยั่งยืน (Sustainable) ที่ตั้งอยู่บนเกณฑ์มาตรฐานระดับหนึ่ง

ในความหมายของภาพรวมหรือที่ว่า Holistic นั้น เราสามารถแบ่งไปได้ ในหลายๆระดับ อย่างแรกที่ตัวเรา พฤติกรรมและกิจวัตรประจำวัน ที่เราปฏิบัติตั้งแต่เช้าจนค่ำเข้านอนและตื่นนอนมาอีกครั้ง ว่าเราได้มีการนึกถึง การทำกิจกรรมที่ต้องพึ่งน้ำ ไฟฟ้า และพลังงานอื่นๆ ที่สามารถทำให้ ลดน้อยลงไปได้แค่ไหน เราสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไร เอาพฤติกรรมรวมๆ ปรับตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เพื่อให้เกิดการประหยัดที่ ดีขึ้นกว่าที่เคยปฏิบัติมาในอดีต และที่สำคัญต้องพยายามหลีกเลี่ยง การกระทำให้เกิดการสูญเสีย จากการใช้น้ำ ไฟฟ้า หรือพลังงานนั้นๆ ที่เป็นไปอย่างสิ้นเปลือง เช่นการเปิดไฟหรือเปิดแอร์ทิ้งไว้ในที่ๆไม่มีใครอยู่ หรือการเปิดน้ำทิ้งให้ไหลปล่าวระหว่างการแปลงฟัน สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ เอามาประกอบรวมเป็นภาพใหญ่ จะเป็นสิ่งที่สูญเสีย หรือถ้าช่วยกันดูแล ก็จะมีค่ามหาศาล

ในระดับต่อมา เป็นเรื่องของการเลือกใช้วัสดุ การวางแผนการออกแบบ การก่อสร้าง ทั้งที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่รอบๆตัวเรา และเป็นที่เราสามารถช่วยในการตัดสินใจ ให้เป็นการประหยัที่สามารถประกอบเป็นภาพรวม (Holisic) ได้เช่นกัน อุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย รวมถึงสถานที่ที่ตั้งต่างๆ มันมีมูลค่าในตัว ของมันเองที่เราสามารถเห็นได้ในขณะนั้นและราคาที่แฝงตัวที่เราไม่เห็น อย่างเช่น ทำเลที่ตั้ง บางครั้งที่ตั้งใกล้การขนส่งสาธารณะ ที่ตั้งที่เคยมีอยู่แล้ว หรือที่ตั้งใกล้สาธารณูปโภคต่างๆ อาจจะมีราคาลงทุนสูงในขั้นแรก แต่ในระยะยาว ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ยังมองไม่เป็น เช่นการเดินทาง การเชื่อมต่อสาธารณูปโภค ที่ถึงที่หมาย ไม่ว่าจะเป็นการค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากยานพาหนะ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าพลังงานที่ใช้ทุกๆวัน (ที่ไม่ได้เอามาคิดในวันลงทุน หรือเลือกตัดสินใจ) หรือแม้แต่การลงทุนเอง ด้านสาธารณูปโภคให้ถึงที่ตั้ง การเลือกวัสดุก่อสร้างก็ต้องนึกคำนึงถึงมูลค่า ในระยะยาวเช่นกัน การใช้ของที่มีประสิทธิภาพ อาจจะแพงกว่าในระยัแรก แต่ในระยะอายุขัยการใช้งาน ที่ไม่เสียแค่บำรุงรักษามากนัก ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา หรือใน ระยะยาวมีความประหยัด และไม่เป็นพิษภัยต่อธรรมชาติมากกว่า ให้ยึดถือหลัก ”โดยรวม” ของวันที่ลงทุนไปถึงอายุขัยการใช้งาน แลัวลองเปรียบเทียบดู

เพราะการที่เราเริ่มมองกลับมาที่พฤติกรรมและสิ่งก่อสร้างที่อยู่อาศัย ที่อยู่รอบตัวเรา เราจะเห็นถึงระบบใหญ่ ที่เกิดจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่ประกอบกัน ด้วยการช่วยคนล่ะนิดให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable) สิ่งที่เราอาจจะไม่เห็นเป็นนภาพชัดเจนในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่า ลูกๆหลานๆของเรา จะไม่ได้เห็นหรือเผชิญในวันข้างหน้า (เหมือนอย่างที่เค้าว่ากันว่าเราทุกคนก็กำลังยืมของสภาพแวดล้อมในอนาคต ของลูกหลานของเรามาใช้) และที่สำคัญการเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ใหญ่ เป็นการช่วยกันปลูกฝังให้เด็กๆได้เติบโตมาด้วยพฤติกรรมที่เหมาะกว่า และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมมากกว่าที่ผ่านมา บ้านเมืองสีเขียว คงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยาก แต่คงต้องเริ่มช่วยกันอย่าง จริงจัง ให้มากขึ้นก็เพื่อเราทุกๆคน ที่อยู่บนผืนโลกเดียวกัน

ภาพประกอบ picture credit :http://www.schumachercollege.org.uk

Comments are closed.