เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเจอบทความใน NY Times เกี่ยวกับ เครื่องหมาย @ (เท่ากับ at) ที่เราเห็นเราใช้และเห็นกันเกือบทุกวันในยุคการติดต่อสื่อสารปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายที่เป็นองค์ประกอบในที่อยู่ของอีเมลล์ทุกๆอัน (หรือแม้แต่การมุ่งหมายไปที่ follower คนใดคนหนึ่งในเวลาที่ผู้คนตอบหรือ response ใน twitter/facebook, etc.)

เครื่องหมาย @ ที่มีหน้าตาคล้ายๆอักษรภาษาอังกฤษ “a” แต่มีหางตวัดๆ ณ วันนี้ได้รับการยกย่องขึ้นแท่นให้ไปอยู่ใน Architecture and Art collection ที่มีฐานะทัดเทียมกับงานดีไซด์ระดับโลก ในพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ในนิวยอร์ค
บทความในหนังสือพิมพ์ NY Times ได้พยายามอธิบายเหตุผลที่ว่า กะอีแค่เครื่องหมายในแป้น computer นี้ทำไมถึงจะต้องได้รับการยกย่องขนาดนี้ โดยมีการเริ่มต้นที่ ที่มาของเครื่องหมายนี้ ที่ดูเหมือนจะมีที่มาที่ไปไม่แน่ชัดนัก โดยความคิดแรกน่าจะเป็นราวๆ ศตวรรษที่หกหรือเจ็ด ที่มีการประยุกต์เอาคำ “ad” มาใช้อย่างสั้นๆ ของในภาษาลาตินคือ “at” หรือ “toward” โดยกล่าวอ้างว่ามีการรวบเอาอักษรสองตัวรวมเป็นหนึ่งเดียวโดย “d” ถูกตวัดโอบล้อมตัวอักษร “a” แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกทฤษฏีกล่าวว่าเครื่องหมาย @ ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นในศตวรรษที่ 16 ใน Venice ที่เป็นการย่อคำว่า “amphora” (ซึ่งเป็นอุปกรณ์การวัดชนิดหนึ่ง)
แต่ไม่ว่าจะเกิดมาจากที่ใด เครื่องหมาย @ นี้ ได้มาปรากฏตัวอยู่บนแป้นพิมพ์ดีดของนักพิมพ์ดีดอเมริกันคนแรก (the American Underwood) ในปี คศ. 1885 โดยถูกนำมาใช้ในข้อมูลของข้อความเกี่ยวกับการบัญชี ในความหมายที่ว่า “at the rate of” จนกระทั่งในปี 1971 นักโปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกัน นาย Raymond Tomlinson นำเอามาประกอบใช้ในที่อยู่ของอีเมล์อันแรก ที่สามารถส่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือจะถือได้ว่านาย Raymond นี่เองที่เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้น Email ระบบนี้ ระบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันที่มีเครื่องหมาย “@” (แต่ถ้าจะให้ถูกต้อง การส่งข้อมูลแบบข้อความไปมาระหว่างระบบ networks ต่างๆ ได้มีการคิดค้นมาก่อนหน้านี้)

ว่าแต่ แล้วมันไปเข้า เกณฑ์ในการได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ collection ใน MoMA ได้อย่างไร อันนี้จากบทความได้กล่าวว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ด้าน Architecture and Design ซึ่งมีประมาณ 25 ท่าน จะมีการพบปะทุกๆ 3-4 เดือน เพื่อพุดคุยคัดเลือกว่ามีสิ่งออกแบบอะไร ที่น่าสนใจสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Architecture and Art Collection นี้ใน MoMA ได้บ้าง ซึ่งปัจจุบัน มีอยู่ถึง 28,000 ชิ้น (จากผลงาน 175,000 ทั้งหมดที่ MoMA มี) โดยเกณฑ์ก็จะมีที่ว่า
- “Does it excel in terms of form and function?” (มันโดนเด่นด้านรูปแบบและการใช้สอยมั้ย)
- “Does it embody the values of clarity, honesty and simplicity that MoMA considers essential to good design?” (คุณค่า ด้านความชัดเจน จริงใจ และความง่าย)
- “Has it has made an impact on our lives?” ”Is it innovative?” (มันมีประโยชน์กับชีวิตเรามั้ย เป็นนวตกรรมหรือปล่าว)
และที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง
- “If this object had never been designed or manufactured, would the world miss out? “Even just a bit?” (ถ้าไม่มีสิ่งนี้ โลกเราจะขาดอะไรไปมั้ย แม้ว่าจะซักนิดหนึ่ง)
จากเกณฑ์ดังกล่าว ดูเหมือนว่าเครื่องหมาย @ จะให้คำตอบได้ลงตัว อย่างไม่น่าสงสัย โดยเฉพาะมีการกล่าวถึงว่าเป็น “an act of design of extraordinary elegance and economy.” กล่าวโดยคุณ Paola Antonelli เธอเป็น senior curator of architecture and design at MoMA.
นอกไปจากนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้วัดอะไร แต่การเอาเครื่องหมาย @ มาใช้ในพิพิธภัณฑ์นี้นั้น ทาง MoMA ไม่ต้องเสียสตางค์สักแดงเดียว เมื่อเทียบกับงานชึ้นอื่นๆ
[credits: เนื้อหา NY Times and ภาพประกอบ MoMA ]